
อัญชัญ ปรีเลิศ หรือ ‘ป้าอัญชัญ’ อดีตข้าราชการวัยเกษียณ ผู้ถูกตัดสินให้ต้องโทษจำคุกเป็นเวลา 87 ปี จากกรณีแชร์คลิปเสียงของดีเจผู้จัดรายการใต้ดินรายหนึ่งผู้ใช้นามแฝงว่า ‘บรรพต’ ซึ่งมีเนื้อหาวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองและสถาบันกษัตริย์ ส่งผลให้เข้าข่ายคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่ว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิ์ของพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ จากการถูกหมิ่นประมาท หรือถูกอาฆาตมาตร้าย โดยบรรพตนั้นทำคลิปลักษณะนี้มาแล้วกว่า 1,000 คลิป ทว่ากลับถูกดำเนินคดีเพียงแค่ 1 กรรมเท่านั้น ในทางตรงกันข้ามกับป้าอัญชัญ ที่เพียงแชร์คลิปเพราะอยากช่วยเท่าที่จะช่วยได้ รวมแล้วกว่า 29 กรรม ซึ่งหมายถึง ตำรวจได้นำการแชร์ 29 คลิปมาดำเนินคดี หรือการใช้อัตราโทษคูณด้วยจำนวนกรรม ทำให้ป้าอัญชัญได้รับโทษสูงกว่าอย่างเห็นได้ชัด
อิสรภาพชั่วคราว กับความยุติธรรมที่สูญหายไป
ด้วยช่องว่างทางกฎหมายทำให้ช่วงระหว่างการพิจารณาคดีของป้าอัญชัญนำมาซึ่งความสูญเสียทางอิสรภาพที่ไม่ควรเสียตั้งแต่แรกเริ่ม กล่าวคือ แม้จะยังไม่มีการตัดสินคดี แต่เธอกลับถูกคุมขังระหว่างการพิจารณาคดีไปแล้วกว่า 3 ปี 9 เดือน 9 วัน หรือเป็นเวลาเกือบ 4 ปีที่เธอไม่ได้ใช้ชีวิตสุขสบายอย่างที่ควรจะเป็น
“นี่มันนรก นรกเห็น ๆ” คือคำที่ป้าอัญชัญกล่าวถึงสภาพความเป็นอยู่ในเรือนจำ การใช้ชีวิตทุกอย่างดูยากลำบากเสียไปหมดราวกับว่าอยู่ในนรก ผู้คนในห้องขังอยู่รวมกันมากจนนอนหงายไม่ได้ ต้องนอนตะแคงเบียด ๆ กัน ยิ่งไปกว่านั้นผู้ต้องขังต้องคุกเข่า หรือย่อตัวลงเมื่อผู้คุมเดินผ่าน กระทั่งถูกผู้คุมขังบางคนโปรยคำหยาบคายใส่ ราวกับว่าความเป็นคนของเรามันไม่เท่ากัน
จนกระทั่งได้รับการปลดปล่อยท่ามกลางอิสรภาพชั่วคราว แต่เธอกลับไม่เหลืออะไรแล้ว ทรัพย์สินที่มีอยู่หลายอย่างถูกธนาคารยึดไป เนื่องจากในช่วงที่เธอถูกคุมขังอยู่นั้น เธอไม่สามารถจ่ายหนี้ธนาคารได้ทันตามกำหนด ส่งผลให้ชีวิตที่ปรารถนาจะสุขสบายหลังเกษียณ กลับเปลี่ยนเป็นชีวิตที่ต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อเอาตัวรอดด้วยการทำขนมขาย ต่อมาเธอตัดสินใจหันหน้าเข้าสู่การรับสารภาพและรอคำพิพากษาจากศาล ในท้ายที่สุดศาลอาญาพิพากษาให้ป้าอัญชัญต้องจำคุกเป็นเวลา 87 ปีตามที่ได้กล่าวไว้ในข้างต้น และโทษลดลงเหลือ 43 ปี 6 เดือน จากการรับรับสารภาพ และเธอยังคงถูกคุมขังในเรือนจำเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
กฎหมายอยู่ข้างใคร
มูลเหตุของเรื่องนี้ เกิดขึ้นจากปัญหาตัวบทกฎหมายและการบังคับใช้ที่ไร้ขอบเขต และไม่เป็นธรรมของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เป็นสิ่งที่ถูกพูดถึงในทางสาธารณะเพิ่มมากขึ้น ตั้งแต่มีการประกาศข้อเรียกร้อง 10 ข้อ การปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม โดยตลอดปี พ.ศ. 2563 – 2566 มีนักเคลื่อนไหวทางการเมืองหลายคนถูกจับกุมและถูกยัดข้อหาด้วยมาตรา 112 ครอบคลุมหลายกรณีอย่างไม่เป็นธรรม หนึ่งในนั้นคือ ‘ป้าอัญชัญ’ อนึ่งกฎหมายอาญา เป็นกฎหมายที่รัฐจำต้องตีความอย่างเคร่งครัด เพราะถือเป็นการพรากสิทธิเสรีภาพไปจากประชาชน แต่ดูเหมือนว่ารัฐจะใช้กฎหมายมาตรานี้เป็นเครื่องมือปิดปากไม่ให้แสดงออกทางการเมืองเสียเอง จากกรณีของป้าอัญชัญ ซึ่งมีกำหนดปล่อยตัวในอีก 7 ปีข้างหน้า (24 ก.ย. 2574) แม้จะได้รับอภัยโทษแล้ว แต่ก็ยังถือว่าเป็นอัตราโทษที่สูงเกินไป ทั้งนี้เท่ากับการฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา บ่อยครั้งเองที่รัฐอ้างว่าเพื่อความมั่นคง จึงนำมาสู่คำถามที่ว่า “ความมั่นคงเป็นของใคร” มนุษย์ทุกคนล้วนเกิดมามีศักดิ์และศรีเท่ากัน ไม่ควรมีใคร คนใดคนหนึ่งต้องติดคุกเพียงเพราะเห็นต่างทางการเมือง
ถึงนายกรัฐมนตรีและผู้มีอำนาจ
ขอเรียกร้องให้มีการยุติการดำเนินคดี และปล่อยตัวป้าอัญชัญทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข พร้อมทั้งจ่ายค่าชดเชยที่เธอสูญเสียไประหว่างการกักขังและการควบคุมตัวโดยพลการ รัฐที่เป็นประชาธิปไตยต้องรับรองสิทธิและเคารพในความเห็นต่าง ขอให้หยุดการใช้นิติสงครามมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง
ป้าอัญชัญไม่ได้สู้อยู่เพียงลำพัง
ผู้คนนอกเรือนจำต่างปรารถนาที่จะเห็นป้าอัญชัญและนักเคลื่อนไหวทางการเมืองคนอื่นได้รับการปล่อยตัวสู่โลกภายนอกอีกครั้ง มีผู้คนเป็นจำนวนมากยังคงเรียกร้องเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งในและนอกสภา และมีผู้คนจำนวนหนึ่งคอยให้กำลังใจ ร้อยเรียงทุกความรู้สึกผ่านการเขียนจดหมายที่ร่อนเข้าไปสู่มือของป้าอัญชัญในเรือนจำ
“แกมีกำลังใจที่ดีจากจดหมายเพราะทำให้รู้ว่าไม่ได้อยู่คนเดียว แกอยากให้ทุกคนช่วยกันพาแกออกมาใช้ชีวิตเหมือนเดิมอย่างมีเสรีภาพ”
“แกขอบคุณที่มีเยาวชนเขียนจดหมายเขียนเข้ามาหลายฉบับ ขอบคุณมากสำหรับทุกความห่วงใย”
จดหมายทุกฉบับล้วนแล้วมีความหมาย มาร่วมกันส่งพลังแห่งความแห่งหวังให้กับป้าอัญชัญผ่านโครงการ Write For Rights: เขียน เปลี่ยน โลก เพื่อส่งกำลังใจและทวงคืนความยุติธรรมให้เธอในเร็ววัน
เราจะไม่ลืม #ป้าอัญชัญ
ที่มา
https://www.amnesty.or.th/latest/blog/898/
https://www.amnesty.or.th/latest/blog/887/
เนื้อหา จิรวัฒน์ เจริญวัฒนเมธา
พิสูจน์อักษร วชิรวิชญ์ ปานทน
ภาพ นันท์นภัส พิมสาร
Leave a Reply