
นับตั้งแต่อดีต ศิลปะการแสดงบัลเลต์นั้นเชื่อมโยงกับแฟชั่นของผู้คนมาอย่างยาวนาน ดีไซเนอร์ชื่อดังอย่าง คริสเตียน ลาครัวซ์ (Christian Lacroix) วิเวียน เวสต์วูด (Vivienne Westwood) และวาเลนติโน (Valentino) ก็เคยออกแบบชุดสำหรับการแสดงบัลเลต์ร่วมกัน ทว่าในปัจจุบัน มีเทรนด์แฟชั่นที่เรียกว่า “บัลเลต์คอร์” (Balletcore) ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในหลายพื้นที่บนโลกและมีการนำเสนอแฟชั่นดังกล่าวในสื่อโซเชียล อย่างไรก็ดี แฟชั่นดังกล่าวนี้ไม่ได้มีการเชื่อมโยงถึงนักบัลเลต์แต่อย่างใด
จุดเริ่มต้นเทรนด์บัลเลต์คอร์ในปัจจุบันนั้นเริ่มโด่งดังจากการที่แบรนด์มิวมิว (Miu Miu) ได้ออกแบบรองเท้า “บัลเลต์แฟลตส์ (Ballet flats)” ในคอลเลคชั่น Autumn / Winter 2022 ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับรองเท้าบัลเลต์ มียางยืดรัดเท้า ตกแต่งด้วยโบว์และทำมาจากผ้าซาติน
การแต่งตัวแบบบัลเลต์คอร์ นั้นสามารถทำได้ไม่ว่าจะเป็นการสวมเสื้อผ้าที่ดูเบาสบาย หรือไม่ก็เป็นเสื้อทรงคอร์เซ็ท จับคู่ด้วยกระโปรงพลิ้ว ๆ ที่มีการตกแต่งด้วยโบว์ โทนเสื้อเป็นได้ตั้งแต่สีขาว ครีม ไปจนถึงสีชมพูอ่อน มีรองเท้าทรงบัลเลต์ หรือรองเท้าแมรี่เจน (Maryjane) ที่ให้ลุคแบบชุดกีฬาลำลอง (Athleisure) แต่แสดงให้เห็นถึงความเป็นหญิงแบบสมัยใหม่ (Ultra-Feminine)
บัลเลต์คอร์ ได้รับความนิยมอย่างมากบนสื่อโซเชียล ใน พินเทอเรสต์ (Pinterest) มีการค้นหาคำนี้มากขึ้นถึง 1566% และมียอดวิวบนติ๊กต็อก (Tiktok) เกี่ยวกับ #balletcore มากถึง 1 พันล้านวิว
เหตุผลที่เทรนด์บัลเลต์คอร์ได้รับความนิยมนั้น เป็นผลจากไลฟ์สไตล์ช่วงโควิด-19 ที่การแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าที่ใส่สบายและคล่องตัวขณะกำลังเวิร์คฟรอมโฮมที่บ้านนั้นตอบโจทย์มากกว่าเสื้อผ้าที่ใส่เพื่อเน้นความดูดีและสวยงาม ในขณะเดียวกัน การเจริญเติบโตของเมืองและความก้าวหน้าของแฟชั่นทำให้คนบางส่วนรู้สึกไม่สบายใจและกลับไปโหยหาการแต่งตัวน่ารักเหมือนเสื้อผ้าที่ตนเคยใส่ในวัยเด็ก ยิ่งประกอบเข้ากับกระแสของภาพยนตร์เรื่องบาร์บี้ (Barbie) เทรนด์นี้จึงเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด
นอกจากนี้ เราจะเห็นได้ว่ามีแบรนด์มากมายได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่อยู่ในเทรนด์บัลเลต์คอร์ เช่น การที่หลุยส์ วิตตอง (Louis Vuitton) ออกกระเป๋าใหม่ที่มีสี “Rose Ballerine” หรือการที่แบรนด์มูจิ (Muji) ออกรองเท้าใหม่ซึ่งมีลักษณะเป็นทรงบัลเลต์
ขณะเดียวกัน เทรนด์ดังกล่าวได้เข้าไปในเวียดนาม ทำให้แบรนด์เสื้อผ้าของเวียดนามเป็นที่รู้จักมากขึ้น แล้วทำไมเวียดนามถึงเป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จที่สุดในเทรนด์นี้?
เสื้อผ้าเวียดนามนั้นได้รับความนิยมจากผู้คนทั่วโลก จะเห็นได้จากการที่ลิซ่า (Lisa) สมาชิกวงแบล็กพิงก์ (Blackpink) ยังใส่เสื้อแบรนด์แฟนซีคลับ (Fanci Club) ขึ้นแสดงในคอนเสิร์ตบอร์นพิงก์อ็องคอร์ (BORN PINK Encore) ที่กรุงปารีส ไปจนถึงนักแสดงฮอลลีวูดอย่างคาเรน กิลแลน (Karen Gillan) ก็ใส่เสื้อแบรนด์ Cong Tri ในงานเปิดตัวภาพยนตร์เรื่องการ์เดียนออฟเดอะกาแล็กซี่ 3 (Guardians of the Galaxy Vol.3) ที่เธอเป็นนักแสดงเอก ด้านนักร้องไทย มาเบล (วง Pixxie) ก็เคยใส่ชุดแบรนด์ฮูเอลลีย์ โรส (Huelley Rose) ขึ้นแสดงในคอนเสิร์ตเช่นกัน มากไปกว่านั้น การที่เหล่าอินฟลูเอนเซอร์หันมาทำคอนเทนต์โดยการสวมเสื้อผ้าแบรนด์เวียดนามไปถ่ายในสถานที่ต่าง ๆ แล้วโพสต์ลงสื่อโซเชียลมีเดีย สิ่งนี้ทำให้ผู้คนรู้จักเสื้อผ้าแบรนด์เวียดนามในวงกว้างและสร้างความเชื่อมั่นในเสื้อผ้าแบรนด์เหล่านี้มากยิ่งขึ้น ถึงขนาดที่ธุรกิจร้านเช่าชุดในประเทศไทยตอนนี้ก็มีการเพิ่มตัวเลือกโดยมีเสื้อผ้าจากเวียดนามให้เช่า และเมื่อไม่นานมานี้ยังมีแบรนด์เสื้อผ้าเวียดนามมาเปิดที่ใจกลางสยามโดยไม่จำเป็นต้องบินไปไกลถึงโฮจิมินห์
ผลวิจัยจากแฟชั่นเรโวลูชั่น (Fashion Revolution) ระบุว่า ขนาดของตลาดแฟชั่นเวียดนามอยู่ที่ประมาณ 5.6 พันล้านดอลลาร์ และคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 8.8% ในปี 2019-2022 โดย 97% ของรายได้ในตลาดแฟชั่นเวียดนามมาจากสินค้าที่มีราคาถูกและเข้าถึงได้ง่าย การที่เวียดนามสามารถผลิตเสื้อผ้าที่มีราคาถูกและเข้าถึงง่ายได้นั้น เป็นเพราะเวียดนามนั้นเป็นแหล่งแรงงานมีฝีมือราคาถูก จึงเป็นฐานการผลิตของเหล่าแบรนด์ฟาสต์แฟชั่น จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมเวียดนามนั้นถึงสามารถเจาะตลาดเสื้อผ้าในกลุ่มฟาสต์แฟชั่นได้ ทั้งเวียดนามนั้นยังมีการสร้างแบรนด์ท้องถิ่นซึ่งนำกระแสของแฟชั่นในตลาดโลกมาสร้างจุดขายของตนเอง เวียดนามจึงประสบความสำเร็จในอุตสาหกรรมแฟชั่นจากสร้างเอกลักษณ์ของตัวเองผ่านเทรนด์บัลเลต์คอร์
ที่มา
https://www.marieclaire.co.uk/fashion/miu-miu-ballet-flats-791202 https://www.teenvogue.com/story/how-did-balletcore-permeate-the-mainstream https://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/beauty-fashion/1085674
เนื้อหา นันท์นภัส พิมสาร
พิสูจน์อักษร วชิรวิชญ์ ปานทน
ภาพ อภิชญาณ์ ระหงษ์
Leave a Reply