เกิดอะไรขึ้นที่อิสราเอล – ปาเลสไตน์: เข้าใจความขัดแย้งครั้งล่าสุดผ่านลำดับเหตุการณ์ และท่าทีของนานาประเทศ

1. ลำดับเหตุการณ์ 

(1) เมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 7 ตุลาคม 2023 กลุ่มติดอาวุธที่ชื่อ “ฮามาส (Hamas)” ในดินแดนอาหรับปาเลสไตน์ได้เปิดฉากโจมตีใส่อิสราเอลแบบไม่ทันตั้งตัวด้วยจรวดกว่าหลายพันลูกเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ แม้กระทั่งเมืองใหญ่อย่างเทลอาวีฟ (Tel Aviv) และเยรูซาเล็ม (Jerusalem) ก็ไม่รอดพ้นจากการจู่โจมครั้งนี้ นำมาสู่ “แผ่นดินอิสราเอล” ที่อื้ออึงไปด้วยเสียงไซเรนเตือนภัย

(2) ในอีกด้านหนึ่งกลุ่มฮามาสได้ส่งกองกำลังฝ่าแนวสกัดกั้นลวดหนามเข้ามายังพื้นที่ทางตอนใต้ของอิสราเอล ใกล้กับฉนวนกาซา (Gaza Strip) สำเร็จ ซึ่งเรียกปฏิบัติการนี้ว่า “พายุ อัล-อักซอ” (Operation Al-Aqsa Storm) ทำให้หลายฝ่ายมองว่าทางกลุ่มฮามาสมีการวางแผนเตรียมการจู่โจมครั้งนี้มาเป็นอย่างดี

(3) ทางกลุ่มฮามาสบุกเข้ามายังในเมืองและในหมู่บ้านทางตอนใต้ของอิสราเอลและได้จับพลเรือนและเจ้าหน้าที่ทหารเป็นตัวประกัน ซึ่งมีคนไทยรวมอยู่ด้วย ต่อมาทางโฆษกกลุ่มฮามาสออกมาเปิดเผยว่า การโจมตีครั้งนี้เป็นการล้างแค้นให้ชาวปาเลสไตน์ที่ถูกอิสราเอลบุกสังหารในมัสยิดอัล-อักซอ (Al-Aqsa) ในเยรูซาเล็ม ซึ่งถือว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำคัญแก่ชาวมุสลิม อันดับ 3 ของโลก และเพื่อตอบโต้กลับสำหรับความโหดร้ายทั้งหมดที่ชาวปาเลสไตน์ต้องเผชิญอยู่หลายทศวรรษ รวมถึงความโหดร้ายต่อนักโทษปาเลสไตน์ในเรือนจำอิสราเอล

(4) ในเวลาต่อมา กองทัพอิสราเอลเริ่มตอบโต้กลับในชื่อ “ปฏิบัติการดาบเหล็ก” (Operation Iron Swords) โดยเป็นการโจมตีทางอากาศใส่ฉนวนกาซา ซึ่งเป็นที่ตั้งสำคัญของกลุ่มฮามาส 

(5) นักรบปาเลสไตน์ได้บุกเข้ามายังฐานทัพทหารของอิสราเอลสำเร็จอย่างน้อย 3 แห่ง คือ จุดผ่านแดนอีเรซ (Erez) ฐานทัพไซคิม (Zikim) และอาคารบัญชาการหน่วยทหารอิสราเอลประจำกาซาในหมู่บ้านเรม (Reim)

(6) เบนจามิน เนทันยาฮู (Benjamin Netanyahu) นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ประกาศเข้าสู่สภาวะสงคราม พร้อมระบุว่า ศัตรูต้องชดใช้ในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน อิสราเอลพร้อมตอบโต้และจะเป็นฝ่ายชนะในศึกครั้งนี้

(7) การตอบโต้ไปมายังบริเวณเขตกาซานี้ยังคงยืดเยื้อ ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตจำนวนมาก (กระทรวงการต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 11 ต.ค. ว่า มีคนไทยถูกจับเป็นตัวประกันจำนวนหนึ่ง และเสียชีวิต 20 รายแล้วจากการสู้รบครั้งนี้) 

(8) 9 ต.ค. นายกรัฐมนตรีอิสราเอล กล่าวว่า “การล้างแค้นกลุ่มฮามาสพึ่งจะเริ่มต้น และการโต้กลับของอิสราเอลจะพลิกแผ่นดินตะวันออกกลาง” และเมื่อช่วงก่อนหน้าของวันเดียวกันนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของอิสราเอล ออกคำสั่งให้กองทัพอิสราเอลเคลื่อนพลไปปิดล้อมชายแดนฉนวนกาซาไม่ให้ใครเข้าออกได้ รวมถึงตัดกระแสไฟฟ้า ตลอดจนไม่ส่งเสบียง สิ่งของจำเป็นและเชื้อเพลิงเข้าไปยังพื้นที่ดังกล่าวนี้

(9) เมื่อช่วงดึกของวันที่ 9 ต.ค. ทางโฆษกของกลุ่มฮามาส ออกมาโพสต์วิดีโอผ่านช่องทางเทเลแกรมโดยมีเนื้อหาขู่ประหารชีวิตตัวประกันที่จับเอาไว้ได้ พร้อมทั้งขู่ว่า หากอิสราเอลโจมตีพลเรือนในฉนวนกาซาโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า จะประหารชีวิตตัวประกัน 1 คนต่อการโจมตี 1 ครั้ง และจะถ่ายทอดสดการประหารดังกล่าว

(10) จนถึงรุ่งเช้าของวันที่ 10 ต.ค. ทางกองทัพอิสราเอลยังคงปิดล้อมพื้นที่โดยรอบ และทำให้ฉนวนกาซาตัดขาดจากโลกภายนอก

แม้เวลาจะล่วงเลยมาเกินกว่าสี่วันแล้ว แต่การปะทะกันระหว่างกองทัพอิสราเอลและกลุ่มฮามาสยังคงดำเนินต่อไป เรายังได้ยินเสียงไซเรน พร้อมด้วยเสียงโอดครวญจากประชาชนผู้บริสุทธิ์อยู่เป็นระยะ ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าสงครามยังไม่สิ้นสุด กระนั้นประชาคมโลกก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะเห็นความสงบสุขโดยเร็ว

การต่อสู้ครั้งนี้ นับได้ว่าเป็นโศกนาฏกรรมความรุนแรงครั้งใหญ่ที่สุด ต่อดินแดนอิสราเอล-ปาเลสไตน์ ในรอบ 50 ปีหลังสงครามยมคิปปูร์ (Yom Kippur) สิ้นสุดลงในปี 1973 ซึ่งเป็นการทำสงครามที่โลกอาหรับเข้าโจมตีใส่อิสราเอลแบบไม่ทันตั้งตัวในลักษณะเช่นเดียวกัน จะเห็นว่า นี่ไม่ใช่การทำสงครามครั้งแรก แต่เป็นความขัดแย้งที่ถูกสะสมกันมานานหลายทศวรรษ และดูเหมือนความตึงเครียดนี้จะไม่มีท่าทีจะคลี่คลายโดยง่าย และเป็นที่น่าหวั่นวิตกว่าเหตุการณ์ความรุนแรงครั้งนี้จะส่งผลกระทบวงกว้างต่อความมั่นคงในระดับภูมิภาคจนถึงระดับโลกหากสงครามลุกลามบานปลาย

2. ท่าทีของนานาประเทศ 

สหรัฐอเมริกา นำโดยประธานาธิบดี โจ ไบเดน แสดงจุดยืนเคียงข้างอิสราเอล โดยกล่าวว่า อิสราเอลมีสิทธิที่จะปกป้องตนเองและพลเมืองของตน กระทั่งเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ตามรายงานของ Reuters ระบุว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เตรียมส่งเรือรบและเครื่องบินรบเข้าประชิดชายฝั่งอิสราเอล พร้อมกันนี้ สหราชอาณาจักร แคนาดา ฝรั่งเศส อินเดีย เยอรมนี ประกาศสนับสนุนอิสราเอล ในทางกลับกันอิหร่าน ซึ่งถือได้ว่าเป็นพันธมิตรหลักของปาเลสไตน์ ออกมาแสดงความยินดีกับกลุ่มฮามาส ทางจีนและรัสเซียเรียกร้องให้มีการหยุดยิง แต่รัสเซียกลับวิพากษ์วิจารณ์แนวทางของสหรัฐฯ ว่าเป็นการทำลายล้าง ละเลยเจตจำนงในการปกครองตนเองของชาวปาเลสไตน์ ส่วนท่าทีของไทย คือ ประกาศวางตัวเป็นกลาง และมุ่งดำเนินแนวทาง Two-State Solution ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้ประณามการโจมตีดังกล่าวไปแล้วก็ตาม 

ที่มา

https://www.aljazeera.com/news/2023/10/7/palestinian-group-hamas-launches-surprise-attack-on-israel-what-to-know

https://www.thaipbs.or.th/news/content/332614

https://www.reuters.com/world/middle-east/hamas-armed-wing-threatens-kill-captives-if-israel-continues-its-pre-warning-2023-10-09/

https://www.thaipbs.or.th/news/content/332579

https://www.news18.com/world/israel-palestine-war-hamas-threatens-to-kill-hostages-netanyahu-vows-to-change-middle-east-key-points-8610044.html
https://www.bangkokbiznews.com/world/1092705
https://www.reuters.com/world/us-announce-new-assistance-israel-after-hamas-attack-2023-10-08/

https://www.reuters.com/world/kremlin-warns-there-is-risk-regional-escalation-after-israel-violence-2023-10-09/

เนื้อหา จิรวัฒน์ เจริญวัฒนเมธา

พิสูจน์อักษร วชิรวิชญ์ ปานทน

ภาพ อภิชญาณ์ ระหงษ์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *